The End of the Storm เบื้องหลังความสำเร็จ สู่ชัยชนะ

Posted 2021/01/12 167 0

The End of the Storm ความสำเร็จที่รอคอยมานานถึง 30 ปี ของหงส์แดง

The End of the Storm ประวัติศาสตร์ความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ของ ลิเวอร์พูล ที่ได้ฉลองแชมป์บนจอเงิน กับการรอคอยมายาวนาน 30 ปี เล่าเรื่องราวสารคดี ผ่านภาพยนตร์เรื่องนี้ แฟนหงส์เตรียมฉลอง ความสำเร็จบนจอภาพยนตร์ ที่จะพาคุณไปร่วมสัมผัส การฝ่าฟันอุปสรรคของ ทีมฟุตบอลสโมสรชื่อดังระดับโลกอย่าง “ลิเวอร์พูล” สู่ความสำเร็จที่ แฟนทั่วโลกรอคอย กับการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 2019-20

แฟนบอลยังคงปลาบปลื้ม กับการกลับมาคว้าแชมป์ ลีกสูงสุดของอังกฤษอีกครั้ง ซึ่งทั้งทีมและแฟนบอลต่างต้องฝ่าฟันอุปสรรคที่มากมาย และการรอคอยอย่างอดทนจนกลับมา ทวงความยิ่งใหญ่ที่สุด ในวงการลูกหนังเมืองผู้ดีอีกครั้ง หนังฟุตบอล

ภาพยนตร์เรื่องนี้เจาะลึกเบื้องหลัง ความสำเร็จสู่แชมป์ครั้งประวัติศาสตร์ อัดแน่นไปด้วยบทสัมภาษณ์และฟุตเทจเบื้องหลัง สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ ไม่เคยเผยแพร่ที่ไหนมาก่อน รวบรวมเหตุการณ์ในระหว่าง ที่ทั่วโลกหยุดชะงัก แต่ความหวังและความฝันของทีมยังคงไปต่อ ฝ่ามรสุมจนไปถึงการเป็นแชมเปี้ยน ท่ามกลางวิกฤต

กำกับภาพยนตร์โดย เจมส์ เออร์สคีน เจ้าของผลงานสารคดีเรื่องเยี่ยมอย่าง The Ice King (2018) และ Billie (2019) ที่ครั้งนี้ เขาอาสาพาทุกคนไปรับชม เรื่องราวของสโมสรลิเวอร์พูล แบบใกล้ชิดติดขอบสนาม

ผ่านคำบอกเล่าของ เจอร์เกน คล็อปป์, เคนนี ดัลกลิช ตำนานสโมสรเป็นผู้นำเสนอเรื่องราว ที่ไม่เคยมีใครรู้ ร่วมด้วยการสัมภาษณ์สุดพิเศษ จากนักเตะชุดใหญ่ของทีม และเหล่านักเตะฝีมือเยี่ยมอย่าง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ซาดิโอ มาเน, โรแบร์โต เฟอร์มิโน, เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค, อลิสสัน เบ็คเกอร์  รวมไปถึงแฟน ๆ ผู้คลั่งไคล้จากรอบโลก

พร้อมทั้งเรื่องราวของเหล่าเดอะ ค็อป จากทั่วทุกมุมโลก ที่ไม่เคยปล่อยให้ลิเวอร์พูลต้อง ‘ก้าวเดินเพียงลำพัง’ รวมถึงเรื่องราวในช่วงเวลา ที่สโมสรได้รับผลกระทบ จากสถานการณ์โควิด-19 และฟุตเทจเบื้องหลัง ความสำเร็จที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน

เมื่อคุณต้องเดินฝ่ามรสุม นั่นคือช่วงเวลาที่คุณต้องการกำลังใจ

นี่คือส่วนหนึ่งจากบทสัมภาษณ์ของ เจอร์เกน คล็อปป์ ผู้จัดการทีมสโมสรลิเวอร์พูล ที่พาสโมสรและเหล่าเดอะ ค็อป คว้าถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกประจำฤดูกาล 2019/20 มาได้สำเร็จ

ในตัวอย่างภาพยนตร์สารคดีเรื่อง The End of the Storm ที่จะพาผู้ชมและเหล่าเดอะ ค็อป ไปสำรวจทุกย่างก้าว ของหนึ่งในสโมสรฟุตบอล ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก สู่ความสำเร็จที่แฟนบอลทั่วโลกเฝ้ารอมานานกว่า 30 ปี

ครั้งแรกของโลกกับ การเจาะลึกเบื้องหลัง ความสำเร็จสู่แชมป์ครั้งประวัติศาสตร์ อัดแน่นไปด้วยบทสัมภาษณ์และฟุตเทจเบื้องหลัง สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ไม่เคย เผยแพร่ที่ไหนมาก่อน ได้รวบรวมเหตุการณ์ในระหว่างที่ทั่วโลกหยุดชะงัก แต่ความหวังและความฝัน ของทีมยังคงไปต่อ ฝ่ามรสุมจนไปถึงการแชมเปี้ยน ท่ามกลางวิกฤต

จุดเริ่มต้นของภาพยนตร์ สารคดีเรื่องนี้มาจาก เรื่องราวการรวมตัวของ แฟนคลับลิเวอร์พูลในเมืองคิกาลี ประเทศรวันดา เป็นสโมสรที่ชื่อ Rwanda Reds โดยพวกเขานำความรัก ในสโมสรลิเวอร์พูลมาเยียวยาบาดแผลจ ากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในปี 1994 ร่วมกัน จนเปรียบเสมือนเป็นครอบครัว ที่สองของพวกเขา หนังสร้างจากเรื่องจริง

เออร์สคีนเริ่มต้นจาก ‘ความรัก’ ณ จุดนั้น และถ่ายทำสารคดีเรื่องนี้ ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อวงการฟุตบอล อีกทั้งตัวเขา และทีมงานยังไม่รู้ด้วยซํ้าว่า สโมสรลิเวอร์พูลจะคว้าแชมป์มาได้หรือไม่

The End of the Storm

The End of the Storm ประวัติสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลแบบย่อ

สโมสรลิเวอร์พูลก่อตั้งขึ้นวันที่ 15 มีนาคม ค.ศ. 1892 โดย John Houlding ซึ่งนักธุรกิจท้องถิ่น และว่าที่นายกเทศมนตรีเมืองลิเวอร์พูล เขาเริ่มจากการเช่าพื้นที่บริเวณถนนแอนฟิลด์ ของเมืองลิเวอร์ุัพูลเพื่อสร้างสนามฟุตบอล และได้ปล่อยให้ทางสโมสรเอฟเวอร์ตันเช่าในปีค.ศ. 1884 จนกระทั่งเอฟเวอร์ตันเข้าเป็นสมาชิิกฟุตบอลลีก และไม่ต่อสัญญาเช่าอีกในปีค.ศ. 1892 เนื่องจากเขาต้องการขึ้นค่าเช่าสนามจาก 100 ปอนด์ เป็น 250 ปอนด์ต่อปี และพยายามจะเข้าบริหารงาน ของสโมสร ทางเอฟเวอตันจึงตัดสินใจย้ายไปใช้สนามอีกฝากของสวนสาธารณะสแตนลี่ย์พาร์ค และใช้ชื่อสนามว่า กูดิสัน พาร์ค มาจนถึงทุกวันนี้ และเมื่อสนามไม่ได้ใช้ประโยชน์ John Houlding จึงจัดตั้งทีมฟุตบอลของเขาขึ้นมาเองโดยให้เพื่อนสนิทอย่าง John McKenna มาเป็นประธานสโมสรและตั้งชื่อทีมว่าลิเวอร์พูล ฟุตบอล คลับอย่างในปัจจุบัน

การเริ่มต้นอย่างสง่างาม

หลังจากตั้งสโมสรก่อตั้งขึ้นมาไม่นาน ลิเวอร์พูลก็โชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมมาโดยตลอด โดยประเดิมสนามนัดแรกด้วยการเอาชนะทีม Rotherham Town ไปถึง 7-1 อีกทั้งการแข่งขันฟุตบอลลีก ของแคว้นแลงคาเชียร์ ซึ่งสามารถเอาชนะทีม Higher Walton ด้วยสกอร์ 8-0 ที่สนามแอนฟิลด์ โดยลิเวอร์พูลลงแข่งทั้งหมด 22 นัด ชนะถึง 17 นัด และได้แชมป์ไปครอง ส่งผลให้ทางสโมสรสามารถสมัครเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลลีก โดยให้ลงเล่นในดีวิชั่น 2 ก่อน ในฤดูกาล 1893-1894 ซึ่งสโมสรสามารถเก็บชัยชนะได้แบบ 100% (ทั้งหมด 28 นัด) แต่การคว้าแชมป์ลีกดิวิชั่น 2 ในตอนนั้นยังไม่ได้เลื่อนชั้นโดยทันที ต้องไปแข่งนัดชิงดำกับทีมอันดับสองก่อน โดยทีมอันดับสองในขณะนั้นคือ ทีมนิวตัน ฮีธ หรือก็คือทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในปัจจุบัน ซึ่งลิเวอร์พูลก็เอาชนะไปได้ 2-0 และได้เลื่อนขึ้นสู่ดิวิชั่น 1 ได้ในที่สุด ทั้งนี้สโมสรได้เลือกสัญลักษณ์เป็นนกลิเวอร์เบิร์ด ซึ่งเป็นนกแถบทะเลไอริช บริเวญแม่น้ำเมอร์ซี่ โดยที่ปากนกนั้นคาบใบไม้ไว้

บิล แชงค์ลี่ย์

ในช่วงศตวรรษที่ 20-50 ลิเวอร์พูลไม่ใช่ทีมที่ยิ่งใหญ่อย่างที่คาดไว้ เพราะทีมยังต้องขึ้นๆ ลงๆ อยู่เป็นประจำระหว่างดิวิชั่น 1 และดิวิชั่น 2 จนในปีค.ศ. 1954 ลิเวอร์พูลต้องลงไปเล่นอยู่ในดิวิชั่น 2 นานกว่าปกติและก็ยังไม่มีผู้จัดการคนไหนสามารถพาทีมกลับขึ้นมาสู่ดิวิชั่น 1 ได้สักที จนเมื่อชายที่ชื่อว่า บิลล์ แชงค์ลี่ย์ เข้ามาคุมทีมได้เพียง 2 ฤดูกาล เขาก็พาทีมขึ้นมาสู่ดิวิชั่น 1 ในฐานะแชมป์ของดิวิชั่น 2 ได้สำเร็จในปีค.ศ. 1962 ซึ่งแชงค์ลี่ย์มีปรัชญาการคุมทีมอย่างง่ายๆ คือ ฟุตบอลแบบพื้นๆ แต่เน้นการส่ง และรับบอล อย่างแม่นยำ เล่นกันเป็นทีมมากกว่า ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของทีมลิเวอร์พูลมาจวบจนปัจจุบัน หนังเกี่ยวกับฟุตบอล pantip

บ็อบ เพสลี่ย์ ผู้สืบทอดของแชงค์ลี่ย์

แต่หลังจากอังกฤษคว้าแชมป์โลก บิลล์ แชงค์ลี่ย์ ก็ประกาศลาออกจากตำแหน่งในปี 1973 หลังจากพาลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ยูฟ่า คัพได้ในปี 1972 โดยมีบ๊อบ เพสลี่ย์ มีขวาของเขามารับช่วงต่อแทน และบ๊อบใช้เวลาเพียง 4 ปี ในการพาลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพเป็นครั้งแรกได้สำเร็จ และในปีต่อมาเขาก็พาลิเวอร์พูลประกาศความยิ่งใหญ่อีกครั้งเมื่อพาทีมคว้าดับ เบิ้ลแชมป์ จากดิวิชั่น 1 และยูโรเปี้ยน คัพ มาครอง อีกทั้งยังคว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพมาได้อีก 2 ครั้งในปี 1981 และ 1984 ก่อนที่บ็อบ เพสลีย์จะลาออกจากตำแหน่ง

จาก โจ ฟาแกน ถึง คิง เคนนี่

โจ เฟแกน คือผู้จัดการทีมต่อจากบ็อบ เพสลี่ย์ ซึ่งในการคุมทีมของเขาได้เกิดโศกนาฏกรรมขึ้น มีผู้เสียชีวิต 39 คนจากการที่ทีมลิเวอร์พูลแพ้ทีมยูเวนตุส 1-0 จากลูกจุดโทษ ในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลยูโรเปี้ยน คัพ ที่สนามเฮย์เซล สเตเดี้ยม ในกรุงบรัสเซลล์ ประเทศเบลเยี่ยม

ซึ่งทำให้เฟแกนตัดสินใจลาออกจากการคุมทีม ทำให้เคนนี่ ดัลกลิช ผู้เล่นที่ก้าวมาเป็นผู้จัดการทีมคนแรกของสโมสร และเขาก็พาทีมคว้าดับเบิ้ลแชมป์ได้ตั้งแต่การคุมทีมปีแรก

ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง กับ การปฏิรูปครั้งใหญ่ของบินิเตส

หลังจากในปี 1990 หรือตั้งแต่ดัลกลิช ทนรับความเครียดจากเหตุการณ์เศร้าสลดที่ สนามฮิลส์โบโร่ ได้จึงลาออกจากการคุมทีม จากนั้นมาลิเวอร์พูลก็ไม่ประสบความสำเร็จในลีกสูงสุดอีกเลยไม่ว่าจะเป็นยุค ของแกรม ซูเนส, รอย อีแวนส์, หรือเชรา อุลลิเยร แม้ว่าอุลลิเยร์จะสามารถคว้าทริปเปิลแชมป์ ในปี 2001 คือ League Cup, UEFA Cup และFA Cupัพ แต่ดูเหมือนว่าไม่ใช่ความสำเร็จที่แฟนบอลรอคอยนัก มีดวามเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเกิดขึ้นในทีม ทั้งวิธีการซื้อนักเตะ รูปแบบการเล่น ซึ่งนั่นอาจจะเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ลิเวอร์พูลประสบปัญหาในเรื่องฟอร์ม การเล่น

ราฟาเอล เบนิเตส ผู้จัดการทีมคนใหม่ที่แฟนๆ หงส์แดงฝากความหวังไว้มากทีเดียว เขาผ่าตัดทีมลิเวอร์พูลครั้งใหญ่ พร้อมทั้งนำทั้งสต๊าฟและผู้เล่นชาวสเปนเข้ามาเสริมทีมหลายคน แม้ผลงานในลีกอังกฤษจะไม่ดีอย่างที่แฟนๆคาดไว้ แต่ผลงานของทีมในระดับประเทศยุโรปนั้นดีมากๆ จากการที่เขานำทีมคว้าแชมป์ UEFA Champions League และในฤดูกาลที่ผ่านมาเขาก็นำทีมคว้าแชมป์ FA Cup 2006 ได้อีกด้วย แถมทีมก็อยู่ในอันดับ 3 ของลีกอีกต่างหาก ส่วนในฤดูกาลนี้ก็สามารถคว้าเอาแชมป์พรีเมียร์อังกฤษได้…

ร่วมสำรวจทุกย่างก้าวของสโมสรลิเวอร์พูล สู่ชัยชนะที่ทุกคนต่างเฝ้ารอมานานกว่า 30 ปี และเรื่องราวสุดประทับใจของเหล่าเดอะ ค็อป ที่ไม่เคยปล่อยให้ทีมสุดรักของพวกเขาต้องเดินอย่างเดียวดายใน หนังประวัติ The End of the Storm ลงสนามพร้อมกัน 14 มกราคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

 

ดูเพิ่มเติมที่>>> มิลลา โจโววิช

แทงบอลออนไลน์

สมัครแทงบอล

ช่องทางติดต่อเรา>>คลิ๊กที่นี่