เผยชีวิตนกน้อย ในกรงทองของ “แก้มบุ๋ม ปรียาดา”

Posted 2021/11/12 67 0

เผยชีวิตนกน้อย ในกรงทองของ “แก้มบุ๋ม ปรียาดา” ที่พ่อลูกสาวสุดๆ ถึงกับจ้างนักสืบตาม

แก้มบุ๋ม ปรียาดา เปลือยชีวิตนกน้อยในกรงทอง พ่อหวงลูกสาวขั้นสุด ติด GPS ในรถดักฟัง จ้างนักสืบตาม อัพเดตความรักครั้งล่าสุดที่บอกเลยว่าคุณพ่อไฟเขียวแล้ว

นางร้ายหน้าสวย แก้มบุ๋ม ปรียาดา สิทธาไชย ควงคุณพ่อ เจน ไชยกร มาเปิดเผยวีรกรรมความแสบ แหกทุกกฎของโรงเรียน แต่ที่ต้องแหกทุกกฎขนาดนี้เป็นเพราะพ่อหวงหนักมาก ถึงขั้นจ้างนักสืบตามติดลูกสาว ชีวิตเหมือนนกน้อยในกรงทอง พร้อมอัพเดตความรักครั้งล่าสุดที่บอกเลยว่าคุณพ่อไฟเขียวแล้ว ผ่านทางรายการคุยแซ่บshow ทางช่อง วัน 31 ที่มีธัญญ่า ธัญญาเรศ และหนิง ปณิตา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

เมื่อก่อนไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด ตั้งแต่เด็กๆ? แก้มบุ๋ม : “ติดมาก ไม่ได้ติดแค่พ่อ แม่ก็ติด ประกบ มีลูกคนเดียวเนอะ” พ่อเจน : “มีลูกสาวคนเดียว แล้วก็สวยด้วยไง”

ประกบเพื่ออะไร? พ่อเจน : “สมัยนี้เทคโนโลยีมันล้ำสมัยมาก เราตามไม่ทันแน่นอน สมัยเราไม่มีหรอกแชทอะไรกัน แต่สมัยนี้มันเร็ว เด็กๆ เล่นกันเป็นแล้ว เราคิดว่าอย่างนี้ไม่ได้แล้ว เราต้องคอยดูแลเขา แต่เราไม่ละลาบละล้วงว่าเขาพิมพ์อะไร เขาคุยกับใคร เพียงแต่ว่าเราดูให้อยู่ในสายตา”

หวงลูกสาวนั่นแหละ? พ่อเจน : “พอสมควร คือมาอยู่โรงเรียนเตรียมน้อม ถ้าเขาไปสอบเขาเข้าไม่ได้แน่นอน เราก็เลยมาซื้อบ้านที่ข้างโรงเรียนประมาณ 200 เมตร จะเอาชื่อเขามาอยู่ในพื้นที่ก็เลยได้เข้า ไปโรงเรียนก็มีพี่เลี้ยงเขาเข็นจักรยานถือกระเป๋าจูงไปถึงหน้าโรงเรียน”
แก้มบุ๋ม : “ไม่ใช่อะไรนะคะ กลัวหนูโดดเรียน”
พ่อเจน : “เขาเหมือนนกน้อยในกรงทอง ไม่ได้ไปเที่ยวกับเพื่อน มีอยู่วันหนึ่งเขาโดดเรียนไปห้างเดอะมอลล์กับเพื่อน 5-6 คน มีสายรายงานว่าลูกสาวไม่ได้เข้าเรียน”

พ่อไปหาสายพวกนี้ได้ยังไง? พ่อเจน : “ก็คือวินมอเตอร์ไซค์ทั้งหมดเลย แล้วคนตรงนั้นรู้จักหมด”

พอเขารายงานพ่อว่าลูกสาวโดดเรียน พ่อทำยังไง? พ่อเจน : “ไปรอที่โรงเรียนก่อน ไปดูว่าจริงไม่จริง แล้วรอจนชัวร์รอเขากลับมาบ้าน นั่นเป็นหน้าที่แม่เขาจัดการ”

โดนทำโทษอะไรไหม? แก้มบุ๋ม : “หูชา คราวนี้พี่เลี้ยงต้องรอดูว่าเข้าโรงเรียนจริงๆ ไหม ไม่ใช่เลี้ยวปุ๊บออก” พ่อเจน : “เขาไม่รู้นะว่าครูปกครองสนิทกับพ่อ ต่างคนต่างเป็นสายให้กัน”
แก้มบุ๋ม : “พ่อกับแม่ส่งส่วยตลอด เดี๋ยวเข้าไปครูครับเดี๋ยวอันนั้นอันนี้”
พ่อเจน : “ครูปกครองที่สนิทกัน ถ้าเกิดว่าบุ๋มเกเร หรือไม่ไปโรงเรียนเขาจะรายงานโทรหาพ่อ แต่ถ้าพ่อเห็นอะไรที่ไม่ถูกจากเด็กคนอื่นเดินเข้าไปในหมู่บ้านกอดกัน เราก็จะรีบรายงานครู ครูก็จะมาจัดการเอง”

เป็นเด็กเรียนเก่งมากเลยใช่ไหม?

แก้มบุ๋ม : “เก่งมาก ตก 7 วิชา เรียน 10 กว่าวิชา”
พ่อเจน : “ถ้ามีเยอะกว่านี้ก็ตกเยอะกว่านี้”
แก้มบุ๋ม : “คือหนูรีบกาข้อสอบไปเดอะมอลล์ ก็ตกหมดเลย 7 วิชารวด วิชาพละยังตก”

โดนเรียกผู้ปกครองแทนที่ในกระเป๋านักเรียนจะมีหนังสือ แต่ในกระเป๋ามีอะไร? แก้มบุ๋ม : “กระเป๋าหนูจะต้องมีแป้ง ลิปสติก บลัชออนตั้งแต่เด็ก สมมติว่ามีกระเป๋าใบใหญ่สีดำใบหนึ่ง ก็จะต้องมีกระเป๋าลูกที่น่ารักฟรุ้งฟริ้ง แล้วก็จะมีอุปกรณ์มากมาย ไม่ใช่ดินสอปากกานะ จะเป็นเครื่องแต่งหน้า”
พ่อเจน : “วันนั้นเขาเดินผ่านไปที่ครู แล้วเกิดสะดุดกระเป๋ามันร่วงของก็กระจายมาหมดเลย เขาก็เลยต้องโทรเรียกผู้ปกครองไป ทำไมยัยแก้มบุ๋มไม่ตั้งใจเรียนเลย คุณแม่เขาก็ตอบคุณครู ผมไม่ตอบ เขาบอกที่บ้านขายเครื่องสำอางอะไรต่ออะไร มันต้องเอาตรงนี้มาจุนเจือชีวิต เขาไปพูดแบบนี้ พ่อไม่กล้าพูด” แก้มบุ๋ม : “ตอนนี้หนูไม่มีอะไรดีเลย หนูไม่น่ามาเลย”

เห็นว่าผิดระเบียบตั้งแต่หัวจรดเท้าเลย? แก้มบุ๋ม : “โรงเรียนรัฐบาลเขาจะให้ใส่ถุงเท้าคู่เล็กๆ ไม่ให้ใส่คู่ใหญ่ เราก็ใส่คู่ใหญ่ พอครูยึดหน้าโรงเรียน เราก็หยิบคู่ใหม่จากกระเป๋าออกมาใส่ใหม่ ขอให้ได้ผิดระเบียบเถอะ กระโปรงเขาไม่ให้สั้น ไม่รู้ช่วงนั้นคิดอะไร เมื่อก่อนเขาพับกระโปรงใช่ไหม ฉันไม่พับ ฉันตัดเลย ครูก็จับสิ ไม่ได้อะไรเลยหนูสูงขึ้น”

เวลาเราทำอะไรผิดระเบียบ เรากลัวครูไหม หรือมันเหมือนท้าทาย? แก้มบุ๋ม : “มันก็ไม่ได้เหมือนท้าทาย แต่เราแค่รู้สึกว่ามันเป็นความสุขของเราเฉยๆ ไม่ได้รู้สึกว่าฉันจะเอาชนะครูนะ แต่แบบครูยึดของหนูไม่เป็นไร หนูก็เอาออกมาใหม่ก็แค่นั้นเอง”

เหมือนมันเป็นโรคจิตเบาๆ? แก้มบุ๋ม : “ใช่มะ เหมือนจิตเลยเนอะ มันน่าจะเป็นแบบเด็กยุคนั้น”
พ่อเจน : “จริงๆ แล้วครูรักเขานะ ครูไม่ได้เกลียดเขา แต่ว่าอยากให้เขาเรียนเก่ง อยากให้เขาตั้งใจเรียน”

เขาเป็นเด็กกิจกรรมที่ช่วยเหลืองานโรงเรียนตลอด? พ่อเจน : “ใช่ เพราะช่วงม.ต้น ผมต้องขอที่โรงเรียน เพราะน้องจะต้องเข้าวงการก็เป็นเด็กคนเดียวในโรงเรียนที่ได้ไว้ผมยาว แล้วเวลาเขาไปถ่ายงานได้เงินมา เวลามีกีฬาสีหรืออะไร เลี้ยงไอศกรีมทั้งโรงเรียน คอมพิวเตอร์โรงเรียนเสียก็ซื้อให้โรงเรียน มันก็เลยเหมือนทำผลประโยชน์ขึ้นมาได้ในการที่ไว้ผม ก็มาช่วยโรงเรียน”

เห็นว่าเป็นนักกีฬามือตบตัวดีของโรงเรียนด้วย? แก้มบุ๋ม : “เพื่อนหนูจะเป็นแก๊งแสบ แล้วเราก็อยู่ในกลุ่มนั้น แต่ถามว่าตั้งแต่เล็กจนโตหนูเคยไปตบกับใครไหม หนูไม่เคย แต่แค่ไปอยู่ในเหตุการณ์ พอจะมีเรื่อง พ่อแม่รู้เรื่องก่อน แม่ก็จะบุกไปที่นั่นแล้วเล่นใหญ่กว่า บอกว่าถ้าใครทำลูกฉันเป็นรอยแม้แต่นิดนึงนะ ล้านนึงฉันก็ไม่ยอม ช็อตนี้ดังมากในโรงเรียน”
พ่อเจน : “ตอนเลิกเรียนเขาก็เดินไปมีเรื่องกันหน้าเซเว่น นี่ก็รู้จักทั้งสองฝ่ายก็พยายามไกล่เกลี่ย ห้าม พอเสียงมันเริ่มดังขึ้น วินมอเตอร์ไซค์ก็ยกโทรศัพท์มาเร็วลูกกำลังมีเรื่อง ผมก็ขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปเลย ไปถึงลูกเราจะโดนเขาตบเพราะว่าไปห้ามเขา”
แก้มบุ๋ม : “ก็ไม่ได้โดน ผู้ใหญ่คือคิดไปก่อนว่ามันจะโดน แต่ว่าความจริงมันไม่มีอะไรเลย เราก็ไปยืนเฉยๆ ตอนนั้นเขินเพื่อนมาก รู้สึกโอเค นกน้อยในกรงทอง เข้ากรงก่อนนะ”
พ่อเจน : “กลายเป็นอายเพื่อน ยังไม่ทำอะไรเลย แต่พ่อแม่มาก่อน”

ทำไมพ่อกับแม่ถึงหวงขนาดนั้น นอกจากลูกสาวคนเดียว มันมีเหตุผลอะไรอีกไหม? พ่อเจน : “อย่างเหตุผลของแม่เขาคือ บุ๋มโตขึ้นบุ๋มห้ามแต่งงานนะ อยู่กับเขาจนแก่จนตายกันไปเลย เราก็แบบจะได้ยังไง มนุษย์มันไม่ใช่อย่างนั้น แม่เขาหวง เราก็เข้าใจเพราะเราเป็นผู้ชาย เขาเป็นผู้หญิงถ้าเขาไปเจอผู้ชายที่ดีเราก็สบายใจ แต่ถ้าไปเจออะไรไม่ถูกต้อง เราก็ยิ่งหงุดหงิดงานใหญ่”

แก้มบุ๋ม : “พ่อเคยเป็นผู้ชายที่แบบเจ้าชู้มาก่อนหรือเปล่า”
พ่อเจน : “ไม่ได้เจ้าชู้ แต่รู้จักคนเยอะแค่นั้นเอง”

พอเรารู้จักคนเยอะ ก็เลยกลัวว่าลูกเราจะรู้จักคนเยอะ?

พ่อเจน : “ใช่ๆ มันก็มีส่วน ผู้ชายเจ้าชู้คือผู้ชายที่กลัวเมีย แล้วข้อที่2 คือหวงลูก

ในความหวงลูก มีวิธีการในการตามลูกยังไง? พ่อเจน : “พ่อเป็นคนขับรถไปตลอด ไม่ว่าที่ไหนก็แล้วแต่ แต่ถ้าไม่ไป บางครั้งก็จะส่งคนขี่มอเตอร์ไซค์ตาม”

รู้ไหมว่าโดนตาม? แก้มบุ๋ม : “รู้ถึงขั้นว่าเขาติด GPS ในรถ แล้วดักฟังตั้งแต่แรกๆ นานมากเป็นสิบๆ ปีแล้ว”

แล้วรู้ได้ไงว่าเขาติด? แก้มบุ๋ม : “เพราะเขารู้ว่าเราคุยอะไรในรถ เหมือนหนูบอกว่าหนูอยู่บ้านเพื่อนคนนี้ในหมู่บ้าน บ้านเพื่อนคนนี้ประตูบ้านเขาเปิดหรือปิดอยู่หน้าบ้านมีรองเท้ากี่คู่ ห้างสรรพสินค้าที่ยืนอยู่ต้องกลับบ้านแล้วอยู่ไม่ได้แล้ว”

แล้วเราไปเจอ GPS ได้ยังไง? แก้มบุ๋ม : “ถ้าจำไม่ผิด แม่มาแอบกระซิบ”
พ่อเจน : “ไม่ใช่ พ่อเป็นคนพูดขึ้นมา ลูกถามว่าแล้วรู้ได้ไง เหตุผลที่พ่อต้องทำอย่างนี้ก็นี่แหละจะได้รู้ว่าอยู่ที่ไหน”

ตอนที่เราเป็นเด็กรำคาญไหม? แก้มบุ๋ม : “หนูรู้สึกเก็บกดเหลือเกิน ทำไมกรงนี้มันช่างแข็งแรงขนาดนี้ เมื่อไหร่จะได้ออกไปโบยบินข้างนอก รู้สึกว่าทำไมตามจังเลย”

แล้วมีการทะเลาะกันไหมกับเรื่องที่พ่อตาม? แก้มบุ๋ม : “หนูจะเป็นคนไม่ค่อยพูด จะเป็นนักเขียนจดหมายระบายความในใจว่า หนูแค่ออกไปซื้อของ ไปเดินเที่ยวกับเพื่อน แล้วก็วางจดหมายไว้ในบ้าน แล้วไปเดินรอบทะเลสาบ พ่อแม่ตีโพยตีพายว่าหนีออกจากบ้านไปแล้ว แต่เราจะไม่พูดตรงๆ เพราะถ้าพูดเราจะร้องไห้”

ให้นักสืบไปปลอมเป็นวินมอเตอร์ไซค์ ทำไมต้องซับซ้อนขนาดนั้น? พ่อเจน : “วินบางคันที่เขาไม่เคยเห็นให้เขาถอดเสื้อออก แล้วเปลี่ยนรถ”
แก้มบุ๋ม : “พ่อเนี่ยอาการหนัก อันนี้หนูไม่รู้”
พ่อเจน : “แล้วคนที่ไว้ใจเขาที่สุดเนี่ย เพิ่งเสียไปเมื่อวานนี้ด้วย รถมอเตอร์ไซค์เพิ่งโดนรถฝ่าไฟแดงมาชน คือก่อนเขาเสียเวลามีอะไร เขาก็รายงานทุกอย่าง”

แก้มบุ๋มรู้เรื่องไหมว่ามีคนตามจนถึงวันนี้? แก้มบุ๋ม : “อันนั้นไม่รู้”
พ่อเจน : “เปลี่ยนคนตาม หลังจากที่ GPS โดนเปิดเผยแล้วก็เปลี่ยนคนตาม”

ไปเรียนมหาวิทยาลัยก็ไปดักซุ่มดู? พ่อเจน : “เคยไปเอง กลางคืนก็ไปซุ่มดูเห็นเดินมากับเพื่อน3-4 คน ไปไหนมาลูก ไปทานข้าวมา เขาก็งง”

แก้มบุ๋มเจอพ่อเป็นยังไงบ้าง? แก้มบุ๋ม : “ก็ไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่”
พ่อเจน : “ถามเขาเสร็จก็ขับรถกลับบ้าน แค่นั้นเอง”

เมื่อไหร่พ่อจะเลิกตามลูก? พ่อเจน : “ช่วงนี้ไม่ได้ตามแล้ว”
แก้มบุ๋ม : “ช่วงนี้ถึงขั้นตัดหางปล่อยวัด ตั้งแต่เรียนจบมาเขาไม่ได้ตามอีกเลย บอกว่าพ่อมาส่งหนูหน่อย จะไปทำงาน พ่อบอกให้คนอื่นไปได้ไหม พ่อไม่ไป พ่อไม่ไหว พ่อปวดหัว พ่อปวดขา เขาเปลี่ยนแล้ว ตั้งแต่เล็กจนโต พ่อกับแม่บอกว่าขออย่างเดียวเรียนจบมหาวิทยาลัย อยากทำอะไรทำ อยากมีแฟนสัก 5-10 มีไปเลย แล้วเขาก็ทำอย่างนั้นจริงๆ”

จากที่ตามมาตลอด เราทำใจไม่ตามเขาได้เหรอ? พ่อเจน : “คือเขาโตแล้ว เราจะดูแลเขาจนกว่าเขาจะเอาตัวรอดแล้ว เพื่อนมันก็ถามบ่อยนะเดือนหนึ่งค่าน้ำมันเยอะไหม นี่บอกว่าเติมพันหนึ่งจะ 2 เดือนยังไม่หมดเลย เพราะมันไม่ออกไปไหนเลย สมัยก่อนวันไหนไม่ออกจากบ้านไม่ได้ ขอให้ได้ขับรถออกไปข้างนอกรอบหนึ่งแล้วสบายใจแล้ว แต่เดี๋ยวนี้บางทีรถแบตหมดไม่ได้สตาร์ทไว้ ไม่ได้ไปไหนเลย”

คนที่มีลูกสาว กลัวที่สุดคือลูกสาวมีแฟน บ้านนี้กลัวไหม? พ่อเจน : “ไม่ได้กลัวการมีแฟน กลัวเขาขับรถไปมีปัญหาอะไรไหม กลัวไปเจอจิ๊กโก๋ กลัวอะไรที่มันเป็นข่าว เรากลัวตรงนั้นมากกว่า”
แก้มบุ๋ม : “พ่อต้องพูดความจริงนะพ่อ”
พ่อเจน : “มีแฟน ยังไงธรรมชาติของมนุษย์ต้องมีอยู่แล้ว จะมีเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายนั่นอีกเรื่องนึง”

แล้วพ่ออยากให้มีเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย? แก้มบุ๋ม : “หนูพูดให้เลยว่าตอนเรียนมีเพื่อนเป็นทอมดีกว่า มีเพื่อนเป็นผู้หญิงดีกว่า พ่อสบายใจ มีเพื่อนเป็นทอมยังไงเขาก็มีความเป็นแมนเขาจะปกป้อง ไม่อยากให้ลูกไปกับผู้ชาย แม้กระทั่งเพื่อนที่เป็นสาวประเภทสองพ่อก็ไม่ยอม ถ้าไปที่ไหนแล้วมีเพื่อนเป็นสาวประเภทสอง พ่อก็ไม่ให้ไป เพราะว่าเขาไม่มีเหมือนเรา เขามีเหมือนผู้ชาย”
พ่อเจน : “คือถ้ายังมีงวงไม่ได้ คือเราไม่รู้เขาว่าเป็นจริงหรือเปล่า บางทีเขาอาจจะเป็นทั้งผู้หญิงและผู้ชาย เราก็ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร”
แก้มบุ๋ม : “พ่อพูดเหมือนหนูสวยมาก”
พ่อเจน : “ในสายตาพ่อ หนูเป็นคนสวย”

เคยมีแฟนเป็นทอมไหม? แก้มบุ๋ม : “เพื่อนสนิทมากก็เป็นทอม แล้วหนูก็ฮอตในหมู่ทอม สมมติว่าเพื่อนมี 5 คน 3 คนคิดไม่ซื่อละ แล้วเราก็ไม่คบผู้หญิงเลย เดี๋ยวเราไม่สวย เราจะเลือกคบเพื่อนเป็นทอม ทุกคนดูแลเรา”

ตอนที่เรามีแฟนคนแรก พ่อกับแม่รู้ไหม? แก้มบุ๋ม : “ส่วนใหญ่เขารู้ เขาก็บอก ไม่บุ๋ม ไม่ให้มี ไม่มีก็ไม่มี ไม่มีก็ได้ มันลำบาก พ่อแม่ตามขนาดนี้”

เลือกที่จะไม่ขัดใจพ่อแม่ เพราะไม่อยากเถียง ไม่อยากทะเลาะกัน? แก้มบุ๋ม : “มันฝืนเกินไป คิดดูเขาตามหนูขนาดนี้ หนูจะไปมีแฟนตอนไหน คุยโทรศัพท์ในรถเขายังได้ยิน”

บางคนที่พ่อแม่ตามเยอะๆ หลุดไปเลยก็มี แต่หนูไม่หลุด?

แก้มบุ๋ม : “ไม่ๆ จากความย่ำแย่ในชีวิต ยังมีความแบบเขาก็รักเรานะ เขาดูแลเรา เขาอยากให้เราได้ดีมันก็มีในส่วนนั้น”

เป็นคนหนึ่งที่ยอมพ่อแม่เลย? แก้มบุ๋ม : “ยอมค่ะ ตอนแรกเรียนตก 7 วิชา พอวันหนึ่งก็รู้สึกว่าเราทำอะไรอยู่ มันช่วงหัวเรี่ยวหัวต่อ อายุ 10 ต้นๆ ก็เลยเปลี่ยนจากเด็กหลังห้องนั่งอยู่ตรงถังขยะ ฉันไม่เอาอะไรเลยชีวิตฉันก็จะสนุกสนาน แต่งหน้าทำนู่นทำนี่ เปลี่ยนจากนั่งหลังห้องไปนั่งหน้าห้อง นั่งหน้าสุดเลย ตั้งใจเรียนหรือไม่ตั้งใจเรียนไม่รู้ แต่เราเอาตัวเองไปตรงนั้น ให้ครูเห็นว่าฉันออกไปไม่ได้นะ ฉันเหลวไหลไม่ได้นะ เปลี่ยนจากที่ตก 7 วิชา เป็นสอบได้ที่ 1 แทน”
พ่อเจน : “ช่วงนั้นเขาเริ่มถ่ายละคร แล้วเขาเริ่มอ่านบท เขาก็พยายามจดจำบทละครจนกลายเป็นว่าพอไปอ่านหนังสือ มันจำหนังสือ ทุกคนก็งง จากที่นักเรียน 30 คน ได้ 28 – 29 -27 ได้ที่1 เราก็ตกใจไปถามครูที่โรงเรียน”
แก้มบุ๋ม : “แม่ว่ายังไงรู้ไหม แม่บอกว่ามันเป็นผลบุญที่แม่สวดมนต์แล้วทำให้บุ๋มสอบได้ที่1 แล้วที่ฉันพยายามไปนั่งข้างหน้า พยายามฝืนตัวเอง”

มีเหตุการณ์หนึ่งที่บุ๋มจำได้ตลอดชีวิต คือการเลือกคนผิดทั้งที่พ่อแม่เตือนแล้ว อยากแชร์ให้เด็ก หรือน้องๆ ที่เขาเป็นวัยรุ่น บางทีเราต้องฟังพ่อแม่บ้าง พ่อแม่อาบน้ำร้อนมาก่อน? แก้มบุ๋ม : “อย่างที่หนูบอกเขาปล่อยชีวิตเลย พ่อบอกเลยว่าพ่อไม่ชอบนะคนนี้ แม่ไม่ชอบ แล้วเราด้วยความรักเวลาความรักมันบังตา มันจะทำให้เรารู้สึกว่า ฉันรัก ยังไงเขาก็ดี ยังไงเขาก็ต้องเปลี่ยน เราโลกสวย มันจะต้องดี มันโอเค แต่พอวันหนึ่งที่เรามองเรารู้สึกว่าพ่อแม่เราไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่เที่ยว อยู่บ้าน ทำงาน ตัวเราเองตั้งแต่เล็กจนโตมาไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ แล้วไม่เที่ยวกลางคืน เราชอบอยู่เงียบๆ แล้วพอวันหนึ่งเราต้องเปลี่ยนชีวิต ต้องไปเจอคน ต้องไปอยู่กับวงปาร์ตี้ เราเลือกทางชีวิตเราแบบนี้จริงๆ เหรอ ในช่วงเวลานั้นรักมาก ความรักมันบังตามากแต่ก็ฝืน เอาตัวเองออกมาดีกว่า เพราะรู้สึกว่าไม่อยากให้พ่อแม่เสียใจ พ่อกับแม่ไม่ได้เตือนเลย ทุกคนแค่บอกว่าไม่ชอบ แต่ว่าแล้วแต่บุ๋มแล้วกัน เพราะว่าห้ามยังไงก็ไม่ฟัง”

เห็นว่าตอนที่ต้องเลิกเราเองก็อกหัก? แก้มบุ๋ม : “เราเศร้ามาก แต่เราแค่คิดถึงอนาคตว่าเราอยากมีชีวิตแบบไหน แต่หนูไม่ได้บอกนะว่าคนกินเหล้าสูบบุหรี่ไม่ดี คนสักหรือไม่สัก เราไม่ได้วัดตรงนั้น เราดูแค่ว่าเราพึงพอใจกับชีวิต คุณภาพชีวิตเราแบบไหน เราเลือกคุณภาพชีวิตเราแบบนั้น เราอาจจะไม่ใช่คนที่ดีที่สุด แต่เราก็มีสิทธิที่จะเลือกชีวิตเราได้ ตั้งแต่เล็กจนโตผู้ชายไม่ได้จีบหนูนะ หนูจีบผู้ชายก่อน เช่นเดียวกันเราต้องเป็นคนเลือกว่าเราจะเลือกคบใคร”

ตอนที่เขาเลิก เขาเสียใจ พ่อได้ปลอบใจลูกยังไง? แก้มบุ๋ม : “พ่อไม่รู้ พ่อปล่อยแล้ว”
พ่อเจน : “คือพ่อจะบอกเลยว่าผู้ชายคนนี้เป็นอย่างนี้ ไม่โอเค แล้วพ่อก็จะไม่พูดอีกเลย ให้เขาไปเจอเอง”

คนในวงการไหม? แก้มบุ๋ม : “ไม่รู้ค่ะ”

กลับมาร่วมงานกันได้ไหม? แก้มบุ๋ม : “หนูสบายมาก”

รักครั้งใหม่เจอที่ไหน? แก้มบุ๋ม : “พี่บี มาติกา แนะนำ เพราะว่าเขาทำเพจแม่สื่อแม่ชัก เราก็เลยแบบพี่บีหาแฟนให้หน่อย หนูเศร้า หนูโสด ประจวบเหมาะกับเพื่อนสนิทเขาอยากหาคนคุยไม่อยากอยู่เป็นโสดแล้ว เขาก็ถามอยากได้แบบไหน อยากได้ผู้หญิงทำงาน ไม่เที่ยว เขาก็เลยบอกเอาคนนี้แล้วกัน ก็คือส่งหนูไป”

ได้ข่าวว่าเจอครั้งนี้ความรักดี๊ดี เป็นทายาทเจ้าของโรงพยาบาล? แก้มบุ๋ม : “ดีค่ะ”

คุณพ่อคนนี้ผ่านไหม? พ่อเจน : “ดี เขาขยันทำงานมาก ไม่เคยสูบบุหรี่เลย ไม่ดื่มเหล้า ไม่เที่ยว แล้วก็เป็นเด็กดีมีสัมมาคารวะ เขาคบกันทางนี้ก็สบายใจ ทางนู้นก็สบายใจ แล้วพ่อก็มองว่าโอเค เพราะว่าเขาไปไหนมีโน๊ตบุ๊กอยู่อันนึง ไปนั่งตรงไหนก็เปิดทำงานตลอดเลย วันหนึ่ง 24 ชม. เขาทำงาน 30 ชม. พ่อชอบผู้ชายทำงาน ไม่เที่ยว ไม่ดูดบุหรี่ ไม่ดื่ม แล้วก็สไตล์เขาอยู่แล้ว”

ฐานะเกี่ยวไหมพ่อ? พ่อเจน : “ประเด็นแรกพ่อไม่ได้มองตรงจุดนั้น พ่อเองยังไม่รู้ตอนแรกว่าเขาเป็นใคร มารู้ตอนหลังว่าเขาเป็นเจ้าของเกษมราษฎร์ทั้งหมด แต่มองแล้วเขาเป็นคนดี”

ตอนนี้อยากให้ลูกเป็นฝั่งเป็นฝาหรือยัง? พ่อเจน : “พ่อก็รอเขาอยู่ไง เพราะว่าพ่อ 70 ปีแล้วนะ อยากเลี้ยงลูกเขา”

ยังไงบุ๋ม พ่ออยากให้แต่งงานแล้ว? แก้มบุ๋ม : “เราคบกันจะ 3 ปีแล้ว ก็ดูๆ ไปก่อน แต่ก็รู้สึกว่าเป็นคนที่ใช่ แล้วเราก็โอเคสำหรับเขา แต่ก็ยังไม่ได้มองว่าข้างหน้าเป็นยังไง”

เมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว บุ๋มบอกไม่อยากเปิดตัวเลย ไม่อยากให้คนมองว่าเราเป็นดาราไปคบกับคนมีเงิน จนวันนี้ยังคิดแบบนั้นอยู่ไหม? แก้มบุ๋ม : “มันก็ไม่หรอก แต่จริงๆ คบใครไม่ได้มองที่ฐานะ แต่มองว่าเขาเข้ากับเราได้ไหม แล้วเราอยู่เรามีความสุขไหม เราเหนื่อยไหมกับการที่เราต้องอยู่กับใครสักคนหนึ่ง ถามว่าคนนี้โอเคไหม โอเคมาก ไม่ว่าจะเป็นไลฟ์สไตล์ของเขาหรือเราคือเข้ากันได้ดี”

เราตกใจไหมกับสุขภาพพ่อ? แก้มบุ๋ม : “ตกใจ เพราะว่าคนรอบข้างพ่อเป็นเนื้อร้ายเป็นมะเร็งเยอะ แล้วเขามีค่าที่โอกาสจะเป็น”
พ่อเจน : “ไม่เป็น แค่ 20%”
แก้มบุ๋ม : “มันมีโอกาสที่จะเป็น และมีโอกาสที่จะไม่เป็น เรารู้สึกว่าเราเป็นห่วง”
พ่อเจน : “โทรเช้า โทรกลางวัน โทรเย็น”
แก้มบุ๋ม : “พ่อไปหาหมอๆ นี่ก็อยากให้ลูกสนใจ ยังไม่ไปๆ ยังไม่อย่างนู้น ยังไม่ติดต่อ”
พ่อเจน : “สมมติคุณหมอบอกนะ สมมติว่าเป็นมะเร็ง ไม่ต้องไปผ่าเลย ถ้าลักษณะแค่ 1 เซน เขาจะฉายแสงแล้วมันก็จะตายเลย”

 

ดูเพิ่มเติมที่>>>หนังออนไลน์ล่าสุด

ช่องทางติดต่อเรา>>คลิ๊กที่