หนังตลกดราม่า ที่มีทั้งคราบน้ำตา และเสียงหัวเราะ

Posted 2021/11/15 40 0

หนังตลกดราม่า ซีรีย์เนื้อเรื่องดี ที่ทำให้คุณตกหลุมรักนักแสดง เรื่องนี้

หนังตลกดราม่า ด้วยความห่วงใยจากครอบครัว เป็นซีรีย์ที่ดูแล้วให้ความรู้สึก ไม่ต่างจากดูหนังโรงกันเลยทีเดียว วันนี้จะพามาดูซีรย์เรื่องนี้เป็น LINE TV ORIGINALS ออกอากาศทุกวันพฤหัสบดีทางไลน์ทีวี และล่าสุดน่าจะเลือกดูได้อีกช่องทางหนึ่งบน NETFLIX ซึ่งก็ได้ออกอากาศมาแล้วตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมานะคะ การันตีคุณภาพด้วย 3 รางวัล จากเวที Asian Television Awards และก็ยังมีซีรีส์ดี ๆ ของ LINE TV ORIGINALS อีกหลายเรื่องเลยค่ะ ที่ตบเท้าเข้ามาโชว์ดีกรีบนNETFLIX ให้ได้ชมกัน

“ไม่มีใครรู้ว่าพรุ่งนี้ กับความตาย อะไรจะมาถึงก่อนกัน” เป็นคำพูดของนางเอกในเรื่องนี้ The Deadline (เดอะ เดดไลน์) ที่คว้ารางวัลจากเวที Asian Television Awards มาแล้ว ซึ่งเป็น

ซีรีส์เรียบง่ายที่คลุกเค้าไปด้วย ความดีงามในความหมายของ “การมีชีวิต” และการรับมือกับ “ความตาย” ว่าด้วยเรื่องราวของสามสาวพี่น้อง ที่แต่ละคนต่างมีเส้นชัยและ เส้นตายในชีวิตที่แตกต่างกัน ออม (คลาวเดีย จักรพันธุ์ ) พี่สาวคนโตของบ้าน ที่ทำหน้าที่แทนแม่ผู้จากไป เธอเป็น working woman ที่ประสบความสำเร็จ ในหน้าที่การงาน มี เบน (เจสัน ยัง) เป็นสามีที่น่ารัก แต่ด้วยวัยที่ใกล้จะ 40 ของเธอ ทำให้ความฝัน ที่อยากมีลูกสักคนกำลังจะเป็นเรื่องยาก

อาย (ฝน-นลินทิพย์) พี่คนกลาง ที่มีความใฝ่ฝัน ในเส้นทางสายบันเทิง เธออยากเป็นดารา ที่มีชื่อเสียงมาตั้งแต่เด็ก แต่อีกเพียงปีเดียวเท่านั้น เธอจะอายุ 30 ความฝันที่อยากจะเป็นดาราดัง ให้ได้ของเธออาจหมดสิทธิ์แจ้งเกิด

เอย (นิ้ง-ชัญญา) น้องคนเล็กที่กำลังสดใส และมีชีวิตวัยรุ่นในแบบของตัวเอง แต่วันหนึ่งเอยพบว่าตัวเองเป็นมะเร็งเหมือนพ่อ (ธเนศ วรากุลนุเคราะห์) ทำให้ชีวิตและความคิดของเอยค่อย ๆ เปลี่ยนไป

หนังตลกดราม่า

ซีรีย์ที่เริ่มเรื่องจากความตาย

สำหรับใครที่เคยดูซีรีส์เรื่องนี้แล้ว การดูซ้ำอีกสักครั้งเท่ากับ การทบทวนความจำในบทเรียน ของชีวิตได้เป็นอย่างดี ความดีงามยังคงอยู่หนำซ้ำ ยังสามารถเข้าใจได้กระจ่างขึ้น จากครั้งแรกที่ดูซะด้วยซ้ำ การันตีด้วยตัวป้าข้างบ้านเอง นี่ละค่ะ ดูรอบสองน้ำตามาเร็วกว่าเก่า เยอะเลย!! ส่วนใครที่ยังไม่เคยดู เข้า NETFLIX หนังตลกดราม่า แล้วคลิกดูเลย เราขอแนะนำอย่างจริงจัง (ใครไม่มี NETFLIX ก็ยังสามารถดูที่ LINE TV ได้อยู่นะคะ)

เปิดเรื่องมาเราจะพบกับ เอย ที่เป็นมะเร็งเดินเข้าไปในกลุ่มของ มะเร็งพลังบวก ที่เจ้าตัวพร้อมบวกอยู่เสมอ กับความตายที่เป็นจีรัง ด้วยประโยคของพ่อผู้จากไปในเรื่องนี้ ที่รับบทโดยนักร้อง-นักแสดง ฝีมือหาตัวจับยาก ธเนศ วรากุลนุเคราะห์ ที่ว่า “ความตายของข้าพเจ้านั้น ธรรมดาเป็นอย่างยิ่ง” เรื่องนี้พี่ธเนศแกรับบทเป็นนักเขียนและ พ่อเลี้ยงเดี่ยวเมียตายที่แสนจะอบอุ่น ความตายของพ่อมันแสนจะธรรมดาจริง ๆ นั่นแหละ

งานศพเรียบง่ายที่ไม่มีการสวดศพ มีเพียงการอ่านบทความ ที่ผู้เป็นพ่อเขียนทิ้งไว้ให้ก่อนตาย และกำชับให้อ่านในงานศพ ด้วยเหตุผลที่ว่า “สวดไปคนตายก็ไม่ได้ยินและพระธรรมนั้น เป็นของสูงเกินกว่าจะมาบอกกล่าว กับผู้ที่ไม่ตั้งใจฟัง” ปิดท้ายด้วยการขายหนังสือ เป็นมรดกลิขสิทธิ์ให้ลูกหลานได้อีก ตลกร้ายจริง ๆ นั่นแหละ คุณพ่อ

ในระหว่างที่ต้องรับมือกับความตาย พ่อยังคงทำหน้าที่ ของพ่ออยู่เสมอ เริ่มต้นด้วยการเตรียมตัวรับมือ กับความตายอย่างเข้าใจ และส่งต่อความเข้าใจ ไปถึงลูก ๆ ที่กำลังหวาดวิตก “ไม่มีเรื่องอะไรที่น่ากลัว มีแต่เรื่องที่เราไม่เข้าใจ ถ้าเราเข้าใจมันแล้วเรื่องนั้น ก็จะไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวอีกต่อไป” ประโยคที่พ่อกำลังปลอบเอยประโยคนี้ กลายเป็นประโยคที่กำลัง บอกกับทุกคนที่กำลังดูซีรีส์เรื่องนี้ไปด้วยกัน และยังมีอีกหลาย ๆ ประโยคที่สร้างพลังบวกได้อย่างง่าย ๆ ตรงประเด็นจนต้องบอกว่า อืม….มันจริง

ซีรีส์ หนังตลกดราม่า ที่มีความชัดเจนในคาแรกเตอร์

เรื่องของการเล่นสีในซีรีส์ เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราตื่นจากภวังค์แล้วเห็นความจริงว่า “นี่คือละคร” เพียงแต่เป็นละครชีวิตที่ใกล้เคียงชีวิตมาก ๆ เท่านั้นเอง เนื่องจากคาแรกเตอร์ ของสามสาวเป็นคาแรกเตอร์ที่ชัดเจน มีความแตกต่างในช่วงวัย ความคิดและอุปนิสัย เราจะเห็นตัวละคร ออม ที่เป็นพี่สาวคนโต ใส่เสื้อผ้าด้วยโทนสีน้ำเงินเป็นส่วนมาก ส่งบุคลิกให้ดูสุขุม มั่นใจ เราจะเห็นอายในชุดสีเหลืองสดใส อยู่แทบตลอดเวลาและ เอย กับเสื้อผ้าสีแดงเพื่อเพิ่มพลังชีวิต

รายละเอียดนี้เป็นสิ่งหนึ่ง ที่ทำให้เรามั่นใจได้ว่า ซีรีส์จงใจใส่ความหมายเชิงสัญลักษณ์ มาตลอดทั้งเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเพลงประกอบ มุมกล้อง ล้วนสอดคล้องเพื่อแสดงให้เห็น ถึงนัยที่ซ่อนอยู่ ชอบเป็นพิเศษในหลาย ๆ ฉากโดยเฉพาะฉากที่อาย เข้าไปแคสติ้งบทนำในภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง การดีไซน์ภาพและเสียงในช่วงนี้กรี๊ดมากค่ะ ชอบมากจริง ๆ กับฉากนี้ บวกกับฝีมือการแสดงของ ฝน-นลินทิพย์ ที่ดึงอินเนอร์ในช่วงอารมณ์นี้ ออกมาได้ดี จนทำให้แค่ไม่กี่นาที ในช่วงเวลาสั้น ๆ เราสามารถเข้าใจความรู้สึกทั้งหมด ที่ผ่านมาของตัวละครอายได้อย่างฉับพลัน

หนังตลกดราม่า

คุณภาพของนักแสดง ฝีมือคุณภาพที่ยิ่งดูก็ยิ่งคุ้ม

นอกจากบทดี ๆ ที่ซีรีส์เรื่องนี้นำเสนอออกมาแล้ว หนังตลกดราม่า นักแสดงทุกคนในเรื่องคือ ส่วนสำคัญเอามาก ๆ กับการที่จะทำให้บทดี ๆ มันน่าดู คู่ของออมและพี่เบน เป็นคู่สามีภรรยาที่แทบจะเป็นตัวแทน ของคำว่าคู่ชีวิตได้อย่างลงตัว ความลงตัวที่ว่านี่ไม่ได้หมายความว่าคู่นี้ คือคู่ที่สมบูรณ์แบบหรอกนะคะ แต่ความไม่สมบูรณ์ ปัญหาที่เกิด ความไม่เข้าใจกันและ ความเข้าอกเข้าใจกันที่สามีภรรยาคู่นี้มีให้กัน การยอมรับในสถานะ ความคิด วิธีการรับมือกับปัญหา มันคือเคสตัวอย่างที่หากคู่สามี ภรรยาคู่ไหน เป็นได้อย่างเบนและออม ความสุขในชีวิตครอบครัวของคุณก็อยู่ไม่ไกล

ในบทนี้เจสัน ยัง และ คลาวเดีย ถ่ายทอดออกมาได้ดีมาก ๆ จนรู้สึกได้ถึงความเป็นครอบครัวอย่างแท้จริง มืออาชีพเขาแสดงกันแบบนี้สินะ หรือพี่เอก ธเนศ วรากุลนุเคราะห์ ที่สวมบทพ่อของสามสาวได้อย่างอบอุ่นหัวใจ เป็นพ่อที่หากว่าใครได้เป็นลูก ไม่มีทางที่จะผ่านความทุกข์ ไปเพียงลำพังแน่นอน เพียงเหลือบตามองไปข้าง ๆ รับรองว่า จะมีสายตาของพ่อจับจ้องอยู่เป็นแน่

และอีกบทหนึ่งที่จะขาดไปไม่ได้ เพราะแทบจะเป็น หัวใจของเรื่องคือบทของ เอย น้องนุชสุดท้องที่เป็นมะเร็งเหมือนพ่อ ตัวแสดงตัวนี้กำลังบอกเรา และใครอีกหลายคน ที่กำลังเผชิญโรคร้ายว่า กำลังใจจากคนรอบข้าง ถึงแม้จะสำคัญมากแค่ไหน และต่อให้มีมากเท่าไหร่ ก็ไม่สามารถทำให้เราลุกขึ้นสู้ ได้อย่างเต็มร้อย เท่ากำลังใจของตัวเราเอง นิ้ง-ชัญญา กับบทนี้ต้องขอปรบมือให้ดัง ๆ เลยว่า เก่งมาก ๆ ก็ขอให้น้องปลอดภัยหายดีเป็นปลิดทิ้ง กับโรคภัยที่เผชิญอยู่ อยากเห็นผลงานในเรื่องอื่น ๆ ของน้องอีกค่ะ

“ในเมื่อเราไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงและแก้ไขอดีตได้ แทนที่เราจะนั่งนับถอยหลังรอวันตาย เราเลือกที่จะนับวันที่มีชีวิตต่อไปบนโลกนี้ดีกว่า” หนึ่งประโยคสุดท้ายจาก The Deadline คือซีรีส์ที่อยากบอกทุกคนว่า ดูเถอะค่ะ แล้วคุณจะไม่ผิดหวัง

 

อ่านต่อ>>>หนังComedy

แทงบอล

UFABET